วิธีจัดการหนี้ช่วงโควิด-19

‘การจัดการหนี้’ ไม่เคยเป็นเรื่องง่าย ยิ่งในภาวะโควิด-19 ที่หลายคนอาจมีเงินสดตึงมือ โอกาสหารายได้ลดลงมาก จากมาตรการ ‘อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ’

การจัดการหนี้อย่างเหมาะสม จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนและสำคัญ ที่เราควรรีบจัดการ

Fair Finance Thailand ขอแนะนำวิธีดีๆ ในการจัดการหนี้ช่วงวิกฤต เพื่อให้เราเอาตัวรอดจากวันเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

#รับมือโควิด #เป็นหนี้แบบแฟร์ๆ

หลักโดยทั่วไปของการจัดการหนี้คือ พยายามลดภาระหนี้สินที่เราสร้างใน ‘อดีต’ โดยเผื่อรายได้ให้มากพอสำหรับการหาเลี้ยงชีวิตและครอบครัวใน ‘ปัจจุบัน’ และลงทุนหรือกู้ยืมเท่าที่จำเป็นเพื่อการสร้าง ‘อนาคต’ ที่ดีกว่าเดิม และเพื่อให้เรามีเงินเหลือใช้ในวัยเกษียณ

ในสถานการณ์ปกติ อาจใช้กฎจำง่ายว่า ทุก 100 บาทที่เราหามาได้ ควรใช้ 40 บาทสำหรับผ่อนชำระหนี้, 40 บาท สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และอีก 20 บาท สำหรับการลงทุนเพื่ออนาคต

แต่ในช่วงโควิด-19 ระบาด สมมติว่ารายได้เราหายไปครึ่งหนึ่ง เราอาจเปลี่ยนน้ำหนักมาเป็น ทุก 50 บาทที่เราหามาได้ จะใช้ 20 บาทสำหรับผ่อนชำระหนี้ (แปลว่าเราต้องได้รับการผ่อนผันจากเจ้าหนี้), 30 บาท สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน (แปลว่าเราต้องพยายามประหยัด ตัดลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น) และ 0 บาท สำหรับการลงทุนเพื่ออนาคต

ขั้นตอนในการจัดการหนี้ในช่วงนี้อาจแบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 รวบรวมสติ ดูภาพรวมของการเป็นหนี้ แจกแจงออกมาให้ละเอียดว่าเราเป็นหนี้ที่ไหนบ้าง สัญญาเงินกู้แต่ละสัญญากำหนดระยะเวลา อัตราดอกเบี้ย เงื่อนไขการชำระ ค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง

ขั้นตอนที่ 2 จัดหมวดหมู่หนี้ออกเป็นสองแบบ

แบบแรกเรียงตาม “ค่างวด” ที่ต้องจ่าย (รายเดือน) จากมากไปหาน้อย

แบบที่สองเรียงตาม “อัตราดอกเบี้ย” จากมากไปหาน้อยเช่นกัน

การแบ่งแบบนี้เพื่อช่วยให้เราตั้งเป้าได้ถูกต้อง ในช่วงโควิด-19 ที่เงินสดตึงมือ หรือรายได้หด การพยายามลดหรือเลื่อนค่างวด ที่ต้องจ่ายในแต่ละงวด นับเป็นเรื่องที่เร่งด่วนไม่น้อยกว่าการเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ย

ขั้นตอนที่ 3 ทำบัญชีรายรับ รายจ่ายในแต่ละเดือน เพื่อประมาณการค่างวดทั้งหมดที่เรามีกำลังจ่าย โดยใช้หลักคิดสามข้อ ดังนี้

1) คำนวณภาระหนี้จากมาตรการของเจ้าหนี้ ดูความเป็นไปได้ในการจ่าย

ถ้าธนาคารเจ้าหนี้ของเรา มีมาตรการแบ่งเบาภาระลูกหนี้ในช่วงโควิด-19 เราอาจเข้าข่ายได้ประโยชน์โดยไม่ต้องทำคำร้องใดๆ

สามารถลองคำนวณด้วยตัวเองได้ที่ www.fair-debt.org จากนั้น ลองนำตัวเลขค่างวดใหม่ (ภายใต้มาตรการ) มาเปรียบเทียบกับรายการรายรับ-รายจ่ายของเราเอง ดูว่าพอมีกำลังผ่อนหรือไม่

ถ้าเราคิดว่าทำไม่ได้ ก็ควรติดต่อเจรจากับเจ้าหนี้อย่างตรงไปตรงมา ดีกว่ารับเงื่อนไขเจ้าหนี้มาแล้วทำไม่ได้

2) รักษาเครดิตทางการเงินเอาไว้

การรักษาเครดิตเป็นเรื่องสำคัญ เราควรพยายามชำระหนี้ให้ตรงเวลาเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือ แต่วิกฤตโควิด-19 นับเป็นเหตุฉุกเฉิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศแล้วว่า การเข้าร่วมมาตรการแบ่งเบาภาระลูกหนี้ในช่วงโควิด-19 จะไม่ทำให้เราเสียประวัติในฐานข้อมูลของเครดิตบูโรแต่อย่างใด*

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเข้าโครงการแล้วยังมีภาระหนี้ที่เราต้องผ่อน และเราผ่อนไม่ได้จริงๆ ก็ควรเจรจาขอผ่อนผันกับเจ้าหนี้ ดีกว่าผิดนัดชำระแล้วเสียเครดิต

*อ้างอิง https://www.bot.or.th/Thai/BOTMagazine/Pages/256302TheKnowledge_DebtInstallment.aspx

3) จัดลำดับความสำคัญของหนี้ และเลือกวิธีที่ดีที่สุดในการชำระ โดยพยายามหาเงินสดมาเพิ่มเพื่อใช้หนี้

กฎจำง่ายต่อไปนี้อาจช่วยให้เราจัดลำดับความสำคัญได้ดีขึ้น

• ผ่อนจ่ายเจ้าหนี้ที่คิดดอกเบี้ยสูงสุดก่อน เพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยบวมขึ้นเรื่อยๆ (หนี้ลักษณะนี้เป็นก้อนแรกที่เราควรเข้าร่วมมาตรการแบ่งเบาภาระ และเจรจากับเจ้าหนี้เช่นกัน)

• พยายามลดจำนวนเจ้าหนี้ให้เหลือน้อยลง ด้วยการพยายามชำระหนี้ที่เหลือยอดน้อยๆ ให้หมดก่อน ยอดที่เหลือเยอะๆ เอาไว้ทีหลัง

• อย่าพยายามกู้หนี้ใหม่มาโปะหนี้เก่า (‘ผลัดผ้าขาวม้า’) ในภาวะที่เงินสดตึงมือ รายได้ลดลง ควรเจรจาขอผ่อนผันหนี้เก่า เข้ามาตรการแบ่งเบาภาระให้ได้ก่อน ถ้าไม่ได้จริงๆ ค่อยหาแหล่งเงินกู้ใหม่

• ถ้าจะเอาทรัพย์สินไปจำนำหรือจำนองเพื่อนำเงินสดมาใช้หนี้ ควรเลือกทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ในการหารายได้ก่อน เช่น ทอง เก็บทรัพย์สินที่สามารถใช้สร้างรายได้ เช่น รถปิ๊กอัพ เอาไว้ท้ายๆ เผื่อในอนาคตเรายังไม่มีรายได้มาไถ่ถอน จะได้ยังมีช่องทางหารายได้อยู่

• ชะลอการลงทุนเพื่ออนาคตออกไปก่อน รอให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้วค่อยกลับมาพิจารณา

ถ้าเรามีวิธีจัดการหนี้ที่เหมาะสม และทำได้ทันท่วงที เราก็น่าจะเอาตัวรอดไปได้จนถึงวันที่วิกฤตนั้นผ่านพ้น แล้วเราจะขอบคุณตัวเองในวันนี้ ที่ไม่อยู่นิ่งเฉยหรือยอมแพ้

หากสนใจวิธีรับมือหนี้ในช่วงโควิท-19 รวมถึงเรื่องราวการเงินที่เป็นธรรมและยั่งยืน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่

• เว็บไซต์ www.fairfinancethailand.org

เพจเฟซบุ๊ก Fair Finance Thailand

แล้วเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน