ธนาคารต้องเป็นธรรมมากกว่าเดิม ในช่วงวิกฤต

โควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตประจำวันของเราทุกคน ไม่เพียงในแง่สุขภาพ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมหาศาลทั่วโลก แต่ยังก่อให้เกิดความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ ทั้งคนตกงาน บริษัทห้างร้านเลิกกิจการ และการย้ายหนีของเงินทุน

ภาคการเงิน อันหมายถึง ธนาคาร บริษัทเงินทุน กระทรวงการคลัง ฯลฯ คือผู้มีบทบาทสำคัญที่สามารถชี้เป็นชี้ตายภาคธุรกิจหรือผู้ที่ต้องการเงินทุนได้

Fair Finance ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่รณรงค์ด้านการเงินที่เป็นธรรม เราอยากชวนทุกคนมาร่วมกันส่งเสียง! เพื่อไม่ให้ภาคการเงินใช้โอกาสในวิกฤตนี้สร้างความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการทำลายล้างสิ่งแวดล้อมที่สาหัสกว่าเดิม

#รับมือโควิด #เป็นหนี้แบบแฟร์ๆ

ถ้ายังจำกันได้ วิกฤตซับไพรม์ในปี ค.ศ. 2007 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก เกิดขึ้นจากภาคการเงินที่เน้นแต่การแสวงกำไร และรัฐยอมให้ดำเนินธุรกิจโดยปราศจากการตรวจสอบ

ในวิกฤตครั้งนี้ก็เช่นกัน โรคระบาดโควิด-19 ก่อให้เกิดความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ การว่างงานเพิ่มมากขึ้น คนจำนวนมากไม่สามารถมีวิถีชีวิตแบบเดิมได้

ผู้ได้รับผลกระทบเแสนสาหัสจำนวนมาก อาศัยอยู่ในประเทศที่มีรายได้ปานกลางและประเทศกำลังพัฒนา คนเหล่านี้มีภาระหนี้สินมากอยู่แล้ว แต่กลับต้องถูกซ้ำเติมจากภาคการเงิน ทั้งการเก็งกำไรค่าเงินและโภคภัณฑ์ การแห่ขายตราสารหนี้ การย้ายเงินทุนหนีของนักลงทุนข้ามชาติ การเดิมพันการเปลี่ยนแปลงของตลาดหุ้นในทางที่เพิ่มความผันผวน ทำให้ตลาดการเงินตกฮวบ เศรษฐกิจทรุดหนัก

กล่าวได้ว่าภาคการเงินกำลังซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น และสร้างความเหลื่อมล้ำ

แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมนานาชาติ (Fair Finance International) คือเครือข่ายระดับโลกที่ทำงานขับเคลื่อนให้เกิดการเงินที่เป็นธรรม มีสมาชิก 10 ประเทศ ในเอเชีย ยุโรป อเมริกาใต้ รวมถึงประเทศไทยด้วย

Fair Finance Thailand หรือแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2561 มีเป้าหมายคือการผลักให้ธนาคารไทยก้าวไปสู่ “การธนาคารที่ยั่งยืน” อย่างแท้จริง ผ่านการนำมาตรฐาน Fair Finance Guide International มาใช้ในการประเมินนโยบายด้านต่าง ๆ ของธนาคารพาณิชย์ไทย (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://fairfinancethailand.org/about-us)

เราสืบสวน ประเมิน และรายงานเรื่องนโยบายและวิธีปฏิบัติของภาคการเงิน เราหารือกับภาครัฐและรณรงค์ให้สถาบันการเงินทุกแห่งมีปฏิบัติการที่รับผิดชอบมากขึ้น โปร่งใสมากขึ้น และยั่งยืนมากขึ้น

เราเผยแพร่การจัดอันดับนโยบายการลงทุนของสถาบันการเงินในมิติความยั่งยืน สืบสวนกรณีที่นโยบายการลงทุนก่อให้เกิดความเสียหาย จัดแคมเปญรณรงค์กับสาธารณะ และทำงานกับผู้เล่นในภาคการเงินเพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะใช้มาตรฐานและวิธีปฏิบัติที่รับผิดชอบ ไม่สร้างปัญหาแก่สังคม

เราเชื่อว่าวิกฤตสามารถสร้างโอกาสเพื่อการเปลี่ยนแปลง ภาคการเงินสามารถยกระดับการทำงาน แสดงบทบาทที่รับผิดชอบมากขึ้นในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจภายหลังการระบาดของโควิด-19

แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมนานาชาติ (Fair Finance International) สนับสนุนให้รัฐบาล หน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน และธุรกิจต่างๆ ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างโลกที่เป็นธรรม เท่าเทียม และยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงมากกว่าเดิม

โดยเฉพาะในภาวะที่โรคระบาดโควิด-19 กำลังถูกใช้ในการสร้างความชอบธรรมให้กับการฉวยโอกาสทางการเมืองและทางธุรกิจ ราคาที่เราต้องจ่ายคือความรับผิดชอบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

1. ทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบในวิกฤตนี้ รวมถึงการหลีกเลี่ยงการเก็งกำไรค่าเงินและการค้าโภคภัณฑ์

2. ใช้การกำกับดูแลข้ามพรมแดน เพื่อไม่เปิดโอกาสให้สถาบันการเงินและผู้ถือหุ้นฉวยโอกาสทำกำไรอย่างไม่เป็นธรรมจากวิกฤตนี้

พูดง่ายๆ ว่า ในช่วงที่คนส่วนใหญ่เผชิญความยากลำบาก ทั้งโลกควรใช้มาตรฐานการกำกับดูแลแบบเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้นักลงทุนย้ายเงินทุนไปมาเพื่อเก็งกำไร หาช่องทางปลอดภาษี สร้างความปั่นป่วนซึ่งจะซ้ำเติมเศรษฐกิจที่แย่อยู่แล้วให้ทรุดลงไปอีก

3. ยึดหลักการดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล (Environmental, Social, Governance – ESG)

เราจะเห็นได้ว่า โควิด-19 เป็นโรคระบาดที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน เกิดจากการค้าสัตว์ป่าเชิงพาณิชย์และการบริโภคสัตว์ป่า ซึ่งเป็นผลมาจากการละเลย ESG

ดังนั้นเราควรผลักดันให้ธนาคารและภาคการเงินสนับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม ในสินทรัพย์และพอร์ตการลงทุนทุกรูปแบบ

ตลอดจนคาดหวังว่าสถาบันการเงินจะเลิกลงทุนในธุรกิจที่ก่อมลพิษ และในบริษัทที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน เพิ่มการออกทุนสนับสนุนเทคโนโลยีพลังงานสะอาด การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ

บทบาทที่สำคัญอย่างหนึ่งของ Fair Finance International คือการทำหน้าที่ตรวจสอบสถาบันการเงิน เพื่อส่งเสียงเรียกร้องให้ปฏิบัติอย่างเป็นธรรม

ในวิกฤตครั้งนี้ Fair Finance International ยังคงยึดมั่นหลักการทำงานเช่นเคย ด้วยการ

1. ถามหาความรับผิดจากผู้เล่นในภาคการเงิน จากการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม – โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นบางรายมองวิกฤตนี้เป็นโอกาสที่จะละทิ้งมาตรการเหล่านั้น

2. ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของธนาคาร กองทุนบำนาญ และบริษัทประกันอย่างใกล้ชิด และส่งเสริมความตระหนักของสาธารณะในประเด็นต่างๆ

เราจะรณรงค์ส่งเสริมและเสนอแนะแนวทางที่ยั่งยืนให้กับธนาคารและภาคการเงิน

ภายใต้แนวคิดนี้ ธนาคารสามารถดำเนินการให้มีผลประกอบการที่ดีในระยะยาว มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม การส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และมีธรรมาภิบาลที่ดีไปพร้อมๆ กัน

ในวิกฤตครั้งนี้ แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand) ได้จัดทำเว็บไซต์เฉพาะกิจ www.fair-debt.org ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ

เพื่อช่วยลูกหนี้รายย่อยสามารถเปรียบเทียบมาตรการแบ่งเบาภาระหนี้สินในช่วงโควิด-19 ของธนาคารต่างๆ ได้อย่างชัดเจน เปรียบเทียบกับมาตรการขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทย

รวมถึงเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับหลักการแบ่งเบาภาระหนี้ที่เป็นธรรม และรวบรวมข้อร้องเรียนต่างๆ เพื่อนำเสนอประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะต่อสถาบันการเงิน และธนาคารแห่งประเทศไทย

• ให้ข้อมูลหรือร้องเรียนเกี่ยวกับมาตรการบรรเทาทุกข์ลูกหนี้ของธนาคารที่คุณใช้บริการ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.fair-debt.org/

• ติดตามงานของเรา ผลการประเมินนโยบายธนาคาร และกรณีศึกษาที่น่าสนใจได้จากเว็บไซต์ www.fairfinancethailand.org และเพจเฟซบุ๊ก Fair Finance Thailand

• บอกธนาคารของคุณให้ลงทุนอย่างรับผิดชอบมากขึ้น เพื่อไม่ให้วิกฤตนี้นำไปสู่ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการทำลายล้างสิ่งแวดล้อมที่สาหัสกว่าเดิม