เมื่อ Sex Worker ไม่ได้เป็นอาชีพ จึงเข้าไม่ถึงการเงิน

ชัชลาวัลย์ เมืองจันทร์
มูลนิธิส่งเสริมโอกาสผู้หญิง (Empower Foundation)

แม้ว่าคนในสังคมมักจะให้คุณค่าของอาชีพตามรายได้ แต่อาชีพ sex worker กลับไม่ได้รับการยอมรับ ทั้งที่มีรายได้สูงกว่าบางอาชีพที่มีหน้ามีตาในสังคมด้วยซ้ำ การเงินที่สะพัดอยู่ในวงการนี้จึงดูราวกับว่าเป็นเงินที่ไม่มีใครมองเห็น และยังทำให้คนที่อยู่ในอาชีพนี้เข้าไม่ถึงระบบธุรกรรมการเงินเหมือนอาชีพอื่นๆ

ชัชลาวัลย์ เมืองจันทร์ เผยว่า sex worker จะมีรายได้เป็นรายวันหรือรายครั้ง มีทั้งได้รับเป็นเงินสดและรับผ่านช่องทางออนไลน์ หากเป็นการทำงานในร้าน เช่น อาบอบนวด ก็จะได้ค่าตอบแทนเป็นรายครั้งเหมือนพาร์ทไทม์ ซึ่งบางร้านอาจมีประกันสังคมให้ แต่ร้านส่วนใหญ่ไม่มีสวัสดิการอะไรรองรับทั้งสิ้น จึงทำให้อาชีพนี้ไม่มีตัวตนในสายตาของธนาคาร เพราะไม่มีสลิปเงินเดือนเพื่อไปยื่นทำธุรกรรมเงินกู้ใดๆ ยิ่งในภาวะวิกฤติโควิด-19 ยิ่งทำให้รายได้ลดลงและเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงมากยิ่งขึ้น

“คนทำงานอาบอบนวดถูกร้านลดราคาค่ารอบลง สมมุติเมื่อก่อนได้ค่ารอบ 800-1,500 เขาก็จะลดค่ารอบโดยไม่ได้ลดในส่วนของทางร้าน แต่มาลดในส่วนของคนทำงาน งานก็น้อยอยู่แล้ว ค่าตอบแทนก็มาลดลงอีก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย เพราะโควิดมันนาน เงินเก็บก็หมดแล้ว ก็ต้องทำใจ ต้องหาช่องทางอื่นเพิ่ม เช่น งานออนไลน์ นวดออนไลน์ หรือโฆษณาผ่านช่องทางเฉพาะอย่างในเฟซบุ๊ค

“ส่วนใหญ่ผู้หญิงเราไม่มี statement ไม่มีเครดิตทางธนาคารเลย เพราะไม่มีตัวตนในระบบ ไม่มีสลิปเงินเดือน เรื่องที่ว่าจะไปยื่นภาษีเงินได้หรือจะไปกู้เงินธนาคารแทบไม่ต้องพูดถึงเลย คืออยู่นอกระบบล้วนๆ”

ชัชลาวัลย์อธิบายว่า วิธีที่จะทำให้พวกเธอเข้าถึงธุรกรรมทางการเงินได้มี 2 ทาง คือ การทำให้ตัวเองมีตัวตนทางการเงินด้วยการแปะป้ายอาชีพอื่น หรือการใช้ชื่อคนอื่นที่มีตัวตนทางการเงินมาดำเนินการแทน

“บางคนก็จะเมคขึ้นมาว่าฉันเปิดร้านเสริมสวยร้านนั้นร้านนี้กับเพื่อน อันนี้คือการทำให้ตัวเองมีตัวตนทางการเงินด้วยการไปสมอ้างอาชีพอื่น เพราะถ้าไปแจ้งว่าเราทำงานกลางคืน ธนาคารก็ไม่ปล่อยกู้ เขาจะมองว่างานไม่มั่นคง หรือถ้าจะซื้อบ้านซื้อรถก็ต้องใช้ชื่อคนอื่น ชื่อแฟน อะไรแบบนี้”

เพราะเข้าไม่ถึงการเงินในระบบ sex worker จึงต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากมาย ทั้งเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยสูง และการถูกโกงจากการต้องใช้ชื่อคนอื่นเพื่อให้ตนเองเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบ

“หนี้นอกระบบมันก็ต้องแล้วแต่เจ้าอีกนะ ความโหดไม่เท่ากัน ดอกเบี้ยก็โหดไม่เท่ากัน แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ร้อยละ 20 แล้วต้องทยอยจ่ายทุกวัน ถ้าวันนี้ขาดส่ง ดอกเบี้ยอีกวันก็มาเลย ที่เขาเรียกกันว่าแก๊งหมวกกันน็อคก็จะมาตามตลอด

“จริงๆ แล้วก่อนจะไปกู้เงินนอกระบบ เราจะหาวิธีเปลี่ยนทรัพย์สินเป็นเงินก่อน เช่น มีทอง มีมอเตอร์ไซค์ ก็ต้องเอาไปจำนำ คือต้องหาเงินมาหมุนในช่วงที่ลำบาก ปล่อยให้รถปลิวไปก่อน แล้วทองก็ต้องจำ พอของหมดเราถึงจะไปกู้หนี้นอกระบบ

“สิ่งที่พวกเราเข้าไม่ถึงคือ เครดิตซื้อบ้าน กู้รถ เพราะถ้าเราไปซื้อผ่านเต็นท์ เราจะโดนดอกเบี้ยโหดกว่า ส่วนความเสี่ยงเรื่องบ้านก็คือ พอเราไม่มีเครดิต เราต้องไปยืมชื่อคนอื่น ก็อาจจะถูกโกงได้ เพราะไม่ใช่ชื่อเรา แล้วเขาอาจเอาบ้านไปจำนอง อีกอย่างเราต้องจ่ายค่าจ้างที่ยืมชื่อ เหมือนเราต้องเสียสองต่อ แทนที่เราจะเข้าถึงได้เอง”

โดยส่วนใหญ่แล้วหนี้ของ sex worker คือภาระทางบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลูกเปิดเทอมหรือส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่ รองลงมาคือค่าเช่าบ้านและค่าผ่อนรถ ถึงแม้ในช่วงโควิดจะได้รับเงินเยียวยาบ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะเข้าถึงได้ทุกคน

“มันมีคนเข้าไม่ถึงสมาร์ทโฟน กรอกข้อมูลผิดพลาด บางทีคนในร้านอาบอบนวดต้องมาช่วยกันนั่งกรอก บางคนไม่กล้าลงชื่อร้านก็เขียนไปว่านวดอิสระ บางคนอยู่ร้านอะโกโก้ เขาก็ลงว่าเป็นเด็กเสิร์ฟ เป็นพีอาร์ เพราะมันไม่มีช่องให้ใส่ว่าเป็นนักเต้น

“พอมารอบสอง เราไม่ทิ้งกัน เรารักกัน ทุกคนก็พยายามเข้าให้ถึงสิทธิ แต่ก็ยังติดปัญหาว่าบางคนไม่เก่งเรื่องสมาร์ทโฟน บางคนทำงานบาร์อายุเยอะแล้วก็ต้องพึ่งคนอื่นให้ช่วย แล้วคนที่ไม่ได้เป็นคนไทย เช่น แรงงานต่างชาติ อันนี้โคตรของโคตรลำบาก เข้าไม่ถึงสิทธิอะไรสักอย่าง เป็นอุปสรรคที่เราต้องช่วยกันเอง”

สิ่งที่ทำให้ sex worker เข้าไม่ถึงระบบการเงินเป็นปัญหาสืบเนื่องจากกฎหมายที่ไม่รับรองอาชีพนี้ ทั้งที่สถานบริการต่างๆ สามารถเปิดได้อย่างถูกกฎหมาย จึงเหมือนกับการปิดตาข้างเดียวที่ทำให้คนทำงานต้องเผชิญกับความเสี่ยงตามลำพัง ทั้งที่พวกเธอก็ต้องการความมั่นคงในชีวิตไม่ต่างจากอาชีพอื่นๆ ทั้งบ้าน รถ และความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัว

“ถ้าเราเข้าถึงการเงินได้ ก็เหมือนกับเรามีความมั่นคง มีบ้านเองได้ ไม่ต้องไปเช่าเขาอยู่ ครอบครัวก็จะได้มีชีวิตดีขึ้น พอเรามีความมั่นคง วางแผนชีวิตได้ ก็จะทำให้เราขยับขยายอาชีพการงานได้”

ชัชลาวัลย์เชื่อเหลือเกินว่า หากวันหนึ่ง sex worker สามารถเข้าถึงระบบการเงินได้เหมือนกับอาชีพอื่นๆ ทุกคนก็ยินดีที่จะเป็นลูกค้าธนาคาร และพร้อมจะจับจ่ายในระดับที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้เลยทีเดียว

“บางคนเขามีเงินเก็บเป็นก้อนเลยนะ ด้วยความที่เขาผ่อนไม่ได้ เขาเลยต้องเก็บเงินก้อนเพื่อซื้อเป็นเงินสด ถ้าเกิดวันหนึ่งคุณให้เครดิตเรานะ เรามั่นอกมั่นใจมากเลยว่าพวกเราจะพากันขนเงินมาซื้อเลย เพราะทุกคนก็อยากมีความมั่นคง และน่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ด้วย”

ท้ายที่สุดชัชลาวัลย์คิดว่า คงต้องพยายามปรับทัศนคติของธนาคารให้ได้เสียก่อนว่าคนอาชีพนี้ก็มีเครดิตดี เธอหัวเราะเล็กน้อยให้กับความย้อนแย้งของระบบ และทิ้งท้ายว่าเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีกลไกแบบใดบ้างที่เปลี่ยนระบบนี้ได้