เด็กเจ็บใหม่ อนาคตที่มาพร้อมกับหนี้

อาร์ม – ธนาวุฒิ ยะหม่อม
อายุ 22 ปี
ฟรีแลนซ์

“ในใจก็อยากจะสมัครงานประจำ แต่ว่าเราอยู่เชียงราย สายงานที่เราเรียนมามันหางานยาก เลยทำงานฟรีแลนซ์ไปก่อน”

อาร์ม บัณฑิตหมาดๆ จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา เล่าถึงชีวิตของการหางานประจำในยุคสมัยนี้ที่นอกจากจะต้องไปแย่งชิงพื้นที่ในตลาดแรงงานกับเพื่อนที่จบใหม่กว่า 200,000 คน วิกฤติโควิด-19 ยังทำให้หลายธุรกิจปิดตัวลง คนตกงานและบัณฑิตจบใหม่เลยกองรวมกันมหาศาล

นอกจากอาร์มจะต้องหาเงินเลี้ยงชีพแล้ว เขายังต้องแบกรับภาระจากการเป็นลูกหนี้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่เขากู้ยืมมาตั้งแต่มัธยม

“เรากู้ตั้งแต่ ม.6 แต่หยุดชะงักไปตอนปี 1 เพราะเหตุผลว่าสาขาที่เราเรียนมีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรใหม่ เราก็เลยไม่ได้กู้ แล้วมายื่นเรื่องกู้อีกทีตอนปี 2-4 ตอนนี้ยอดรวมหนี้ทั้งหมดประมาณ 210,000 บาท เราก็พยายามทยอยจ่าย”

แม้หนี้ กยศ. จะให้ระยะเวลาชำระหนี้กว่า 15 ปี และในระยะ 2 ปีแรก เป็นระยะปลอดหนี้ โดยไม่มีการเก็บดอกเบี้ยแต่อย่างใด แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ระบาด เด็กจบใหม่กว่า 200,000 คนตกงาน รวมถึงเด็กจบใหม่สะสมจากปีที่แล้วที่ยังไม่ได้งาน อาร์มจึงหนักใจในการหางาน เพราะคำนวณแล้วอาจต้องเสียเวลารองานไม่ต่ำกว่า 2 ปีแน่ๆ

“ส่วนตัวก็อยากจะใช้หนี้ 200,000 กว่าบาท ให้หมดภายใน 2 ปี เพราะอยู่ในช่วงระยะปลอดหนี้ ถ้าเขาเก็บดอกเบี้ยเมื่อไหร่ หนี้มันจะทวีคูณขึ้นไป กลายเป็นเราต้องจ่ายแค่ดอก แต่เงินต้นไม่ได้ลดลงเลย”

เงื่อนไขการชำระหนี้ของ กยศ. อาร์มเล่าว่า หลังจากพ้นระยะปลอดหนี้แล้ว ดอกเบี้ยที่ กยศ. จะเริ่มต้นเก็บคือ 0.5 เปอร์เซ็นต์ และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ปีละ 0.5 เปอร์เซ็นต์ จนครบกำหนด 15 ปี ซึ่งตอนนั้นดอกเบี้ยทั้งหมดจะเป็น 7.5 เปอร์เซ็นต์

“ในปีท้ายๆ เวลาดอกเบี้ยมันทวีคูณขึ้นไปเรื่อยๆ มันโหดมากๆ ยิ่งดอกเบี้ยขึ้นสูง เรายิ่งไม่สามารถตัดเงินต้นได้เลย ในปีหนึ่งๆ เราจะจ่ายได้แค่ดอกเบี้ย ถ้าไม่ได้ถูกหวยรางวัลที่ 1 ก็คงไม่มีวันใช้หนี้คืนได้หมด”

ถึงแม้ กยศ. จะมีระยะปลอดหนี้สำหรับเด็กจบใหม่ทุกคน แต่อาร์มมองว่า ระยะปลอดหนี้เพียงแค่ 2 ปีนั้น ไม่แฟร์สำหรับเด็กจบใหม่ในปัจจุบัน

“เรารู้สึกว่าระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี มันไม่พอ เพราะงานสมัยนี้มันหายาก แล้วอีกประเด็นคือ เด็กที่จบไปก่อนหน้าเราหลายคนก็ยังไม่มีงานทำ แล้วทุกคนก็มารุมหางานกัน แย่งงานกัน

“ยิ่งถ้าเป็นผู้ชายก็ต้องไปเกณฑ์ทหาร บางบริษัทก็ไม่รับคนที่ยังไม่เกณฑ์ทหาร ส่วนใครได้เป็นทหารก็ต้องไปอยู่ในค่ายทหารอาจจะ 6 เดือน ปี 1 ปี หรือ 2 ปี แล้วมันไม่มีเวลาหาเงิน เงินเดือนทหารก็ไม่ได้มากมายขนาดนั้น”

นอกจากหนี้ กยศ. ที่อาร์มต้องแบกรับแล้ว ครอบครัวของอาร์มยังมีหนี้กู้ยืมของเกษตรกรเพื่อนำมาประกอบอาชีพและส่งตัวเขาเรียนหนังสือ อาร์มจึงต้องหาทางช่วยพ่อแม่แบ่งเบาค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในบ้าน

ในขณะที่โลกกำลังหมุนไป เมื่ออาร์มเรียนจบจึงตัดสินใจกลับมาอยู่ที่บ้านที่เชียงราย เพื่อหวังจะลดค่าใช้จ่ายต่างๆ และรับงานตัดต่อวิดีโอจากเพื่อนๆ และรุ่นน้องบ้าง รวมถึงพยายามสมัครงานในสายงานที่อาจไม่ได้ตรงกับที่เรียนมาไปก่อน เพื่อที่จะหาเงินมาใช้หนี้ กยศ. กว่า 200,000 บาท ให้ได้มากที่สุด

สิ่งหนึ่งที่อาร์มฝากบอกคือ หากเป็นไปได้อาร์มอยากให้รัฐบาลหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนโยบายการเงิน ให้ช่วยขยายระยะเวลาปลอดหนี้ออกไปก่อน หรือลดอัตราดอกเบี้ยลง เพราะเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น อาร์มจะได้รีบหางานประจำที่มั่นคงทำ เพื่อจะนำรายได้ใช้หนี้ต่อไป